2007/May/19

กาอาระเป็นร่างสถิตย์ของ "หางเดี่ยว Shukaku" ซึ่งผนึก
ไว้ในร่างกาอาระตั้งแต่เกิดโดยพ่อของเขาเอง โดยคำสั่ง
จากที่ปรึกษาของหมู่บ้านซึนะย่าโจ ด้วยเหตุการณ์นี้
"คารูระ" แม่ของกาอาระจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการ
ให้กำเนิดเด็กที่จะใช้เป็นอาวุธสุดยอดเพื่อเพิ่มกำลังและ
อำนาจให้หมู่บ้านซึนะ เพราะเมื่อสมัยนั้น หมู่บ้านซึนะกำลัง
ย่ำแย่เพราะถูกตัดเงินช่วยเหลือจาก ไดเมียว ผู้ปกครองแคว้น

ด้วยเหตุนี้ทำให้ Kazekage รุ่น 4 จำเป็นต้องทำทุกอย่าง
เพื่อรักษาปกป้องคนในหมู่บ้าน Kazekage รุ่น 4 จึงคิด
สร้างนินจาที่มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าแคว้นใดๆ เพื่อเพิ่ม
อำนาจและศักยภาพให้หมู่บ้าน กาอาระจึงถือกำเนินขึ้นมา
ในฐานะอาวุธสุดยอดที่ทุกแคว้นต่างเกรงกลัว ไม่สามารถบุก
ทำลายหมู่บ้านได้และมีเงินหมุนเวียนช่วยคนในหมู่บ้านจาก
การที่แคว้นอื่นๆ มาจ้างนินจาของหมู่บ้านทำภารกิจเพิ่มขึ้น

ในวัยเด็กของกาอาระนั้น มืดมนและโดดเดี่ยวยิ่งกว่านารูโตะ
เพราะคนในหมู่บ้านต่างหวาดกลัวและเกลียดชัง กาอาระ
เพราะแม้จะเป็นอาวุธสุดยอดทำให้ทุกแคว้นยำเกรง ทำให้
หมู่บ้านอยู่รอดมาได้แต่ก็ไม่ได้มีใครนึกขอบคุณ แต่กลับ
เกลียดชังและหวาดกลัวกับอาวุธสุดยอดที่มีพลังอานุภาพสูง
เกินกว่าที่พวกเขาจะควบคุมให้อยู่ในคำสั่งได้ และเมื่อควบคุม
ไม่ได้และสถานการณ์หมู่บ้านก็ดีขึ้นแล้ว Kazekage จึงออก
คำสั่งให้กำจัดกาอาระ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อหมู่บ้านอีก

นอกจากนั้น "ยาชามารุ" น้องชายของแม่ที่คอยดูแลกาอาระ
มาตลอด กลับมาลอบสังหารกาอาระด้วย เพราะความแค้นที่
คนในหมู่บ้านใช้ประโยชน์จากคารูระ พี่สาวฝาแฝดของเขา
ให้เป็นเครื่องมือกำเนิดร่างสถิตย์สัตว์หาง แล้วเธอก็ตายไป
กาอาระเสียใจอย่างหนักและหลังจากนั้นกาอาระจึงรู้จักเพียง
ความเกลียดชังและโดดเดี่ยวเท่านั้น เมื่อ ยาชามารุ สิ้นใจตาย
กาอาระก็ได้ใช้ทรายเขียนอักษรตัวหนึ่งไว้บนหน้าผาก
คำว่า "รัก" กาอาระรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของตัวอักษร
บนหน้าผากของตนยิ่งกว่าใคร แม้ความหมายตามตัวอักษร
จะหมายความว่า "รัก" แต่แท้จริงแล้ว คำว่ารักนี้ มิใช่รักจาก
แม่คารูระที่มีต่อกาอาระเลย แต่กลับเป็นคำว่ารัก
ด้วยความหมายที่ว่า "อสูรผู้รักตนเอง" เพื่อให้ตระหนักว่า
ไม่มีใครสักคนที่รักเขาเลย (Poor Gaara)

จนกระทั่ง ได้พบกับนารูโตะที่มีชะตาชีวิตเหมือนๆกัน
และได้เข้าใจถึงคำว่ามิตรภาพ ท้ายสุดแล้วกาอาระได้สืบทอด
ตำแหน่ง คาเซะคาเงะ (เงาลม) จากพ่อของเขาและ
ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด โดยการสละกระทั่งพลัง
สุดท้ายเพื่อปกป้องหมู่บ้านของเขา (ซึนะงาคุเระ) จากระเบิด
แต่ด้วยกลอุบายของเดอิดาระที่ได้วางแผนโดยที่ใช้
คาถาระเบิดขณะที่กาอาระปิดโล่กำบังโดยเคี้ยวดินเหนียว
ผสมกับทรายที่ใช้ทำลายแขนของตนโดยปั้นเป็นสัตว์
ภายในโล่กำบังทรายของการอาระ โดยคาถาระเบิดทำให้
กาอาระบาดเจ็บอย่างหนัก แม้แต่จักระที่เหลือเพียงขั้นสุดท้าย
ก็ยังเบี่ยงทรายที่ตัวเองใช้ปกป้องหมู่บ้านออกไปไม่ให้ตกมา
ทำลายหมู่บ้านของตน แล้วโล่กำบังทรายก็พังทลายจนกาอาระ
ล่วงล่นลงมาแล้วถูกแสงอุษา (เดอิดาระ) จับตัวไป

ทีมของนารูโตะได้รับคำสั่งให้ไปช่วยตัวกาอาระ
ที่โดนพวกแสงอุษาจับตัวไปแล้วและนำตัวกาอาระมาได้
ปรากฏว่ากาอาระโดนดึงสัตว์หางออกไปและเสียชีวิต
ต่อมาย่าโจได้ใช้วิชาแพทย์ขั้นสุดยอด คือการคืนชิวิต
ให้กับกาอาระโดยการเสียสละตัวเองเพื่อช่วยกาอาระ
เพราะในอดีตท่านย่าโจเป็นคนที่ผนึก Shukaku
ไว้ในตัวกาอาระจึงถือว่าเป็นการไถ่โทษให้กับตัวเอง
แล้วท่านย่าโจก็ช่วยกาอาระไว้ด้วยการแลกชีวิตกับกาอาระ
ชุบชีวิตกาอาระขึ้นมา (ตอนนี้ก็เศร้า ฮือๆ)


เมื่อกาอาระฟื้นขึ้นมา ก็ได้พบว่า ตนเองถูกห้อมล้อมด้วย
เพื่อนนินจาจากหมู่บ้านซึนะที่เร่งรุดเข้ามาช่วยเขา
อสูรผู้นี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ในครั้งนี้เองที่
กาอาระรู้สึกได้ถึงความรักความห่วงใยที่ทุกคนมีให้แก่ตน
และเป็นครั้งแรกที่เขายิ้มให้ทุกคน ถึงแม้จะเป็นยิ้มนิดๆ
ที่แทบจะไม่เห็นมุมปากยกขึ้นเลยก็ตามซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ห่างหาย
มานานตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็ก (ฝันของกาอาระก็เป็นจริงแล้ว)

นอกจากนั้น ช่วงก่อนที่ทีมของนารูโตะ จากลากลับโคโนฮะ
นารูโตะก็พยายามจะกล่าวคำอำลากับกาอาระแต่ก็อดเขินๆไม่ได้
กาอาระเองก็ได้ใช้ ทรายจักระอันบางเบานั้นช่วยยกมือของนารูโตะ
ขึ้นมาจับมืออำลาและแสดงถึงมิตรภาพระหว่างนารูโตะ
และกาอาระด้วยนั่นเอง (Impressive Friendship)


edit @ 2007/05/19 19:19:59

2007/May/18

Deidara เดิมเป็นนินจาจากแคว้น อิวะงาคุเระ (Iwagakure)
ก่อนที่จะมาเข้ากลุ่ม แสงอุษา (Akatsuki) ซึ่ง Deidara
ถือว่าเป็นนินจาที่เก่งอีกคนหนึ่ง ความสามารถของเขาคือ
การควบคุมจักระและถ่ายทอดลงสู่ดินเหนียว ปั้นเป็นรูปต่างๆ
และเรียกใช้งานได้ตามใจนึก เรียกว่า Clay manipulation
โดยที่อุ้งมือของ Deidara ท่านผู้อ่านจะเห็นว่ามีสิ่งที่คล้ายๆปาก
อยู่ที่มือทั้งสองข้างนั่นเอง และยังเป็นพวกบ้าศิลปะ บ้าความสวยงาม
อย่างที่ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า Deidara ชอบพล่ามถึงเรื่อง ศิลปะ
ความสวยงาม อยู่เรื่อยๆ กับ Sasori และ Tobi แน่นอนว่าทั้ง
Sasori และ Tobi ก็เบื่อฟังอย่างแรง เพียงแต่มี Tobi
เท่านั้นที่กล้าพูดขัด กล้าต่อปากต่อคำกับ Deidara ว่าเป็นพวกขี้โม้
แต่สุดท้ายก็โดน Deidara ยั๊วะจนซัดเข้าให้นั่นล่ะ

Deidara สวมแหวนประจำตัวที่เขียนว่า "Sei" ซึ่งมาจาก
"เซย์ริว" (Seiryu) ที่หมายถึง "มังกรสีน้ำเงิน"
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ เทพเจ้าแห่งทิศตะวันออก และ ฤดูใบไม้ผลิ

Deidara เจ้าของสีตา สีฟ้าอมเขียว และสีผม เหลืองบลอนด์ คนนี้
เมื่อได้จับคู่กับ Tobi ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่ทำตัวสบายๆ แบบว่าสบายๆ
จนไม่ได้สนใจกับคำพูดพล่ามศิลปะของ Deidara
ทำให้ Deidara โมโห Tobi อยู่บ่อยๆ แต่ก็เป็นคู่ที่ดูลงตัวกันดี
โดยเฉพาะตอนที่ทั้งคู่ จับคู่กันตามล่า "สัตว์สามหาง หรือ Sanbi"
ใน comic เป็นคู่กัดที่ Joke มากๆ 555 (DaisukiNanoyo)


edit @ 2007/05/19 18:55:36

2007/May/18

ตอนนี้โรสออกมาโพสบอกแฟนนารูโตะว่า

ได้ทำการตกลงเรื่องลิขสิทธิ์นารูโตะ ปี 4 เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ในวันที่ 9 พ.ค. 2550 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการผลิต
และใช้ทีมพากย์เดิม อีกในไม่นานก็จะได้รับชมกันแน่นอน

อยากให้ออกภาค Shippuden เร็วๆ 555 กะลังบ้าภาคนี้อยู่
ตัวละครเติบโตขึ้นกว่าภาคแรกมากๆ การดำเนินเรื่องก็ยังน่าติดจามเหมือนเดิม
-นารูโตะ (ดูเป็นหนุ่มขึ้น แต่ก็ยังมีเค้านิสัยเดิมภาคแรกติดอยู่แฮะ)
-ซากุระ (น่ารัก แต่แรงช้างชะมัดเลย)
-คาคาชิ (พ่อคุณยังเหมือนเดิมทุกประการ แต่ก็มีวิชาเจ๋งๆเพิ่มขึ้น)
-กาอาระ (สุดที่เลิฟ ขรึม เท่ห์ น่ารัก แถมในที่สุดเราก็ได้เห็นกาอาระยิ้มแล้ว)
-เดอิดาระ (เสียงพากย์แมนมากพะยะค่ะ)
-ซาโซริ (อยากให้ร่างจริงในอนิเมออกไวๆ ไม่รู่ผมจะสีแดงป่าว)

ดราก้อนบอล Z
ช่วงนี้ก็กลับมาดูดราก้อนบอลทาง TITV อีครั้ง
เมื่อก่อนเคยดูตอนอยู่ชั้นประถม ก็สนุก มันส์ดีหละ

ส่วนฉากที่ชอบสุดๆก็คงเป็นฉากที่ตัวละคร Fight กันละมั้ง
แล้วก็ดันมาชอบไอ้เจ้าฟรีสเซอร์อีก (ไอ้เรานี่มันคลั่งตัวร้ายชัดๆ)

PS.HBD ครบรอบอายุ 18 ปี นะแพรรี่ ขอให้มีความสุขมากๆ
ตอนนี้กูบ้าดราก้อนบอลเหมือนมึงแล้ว อิอิอิ


edit @ 2007/05/19 18:55:53